แตงกวา

แตงกวา คือ

แตงกวา (แตงร้าน)คือ ผลของไม้เลื้อย อยู่ในวงศ์เดียวกันกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ และน้ำเต้า มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในประเทศอินเดีย และเป็นพืชที่นิยมปลูกเพื่อใช้ผลเป็นอาหารไปทั่วโลกมานานหลายพันปี แตงกวาที่เราคุ้นเคยกันส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาว สีเขียว ผิวเรียบหรือมีปุ่มเล็กน้อย แต่ก็มีหลายสายพันธุ์ที่มีรูปร่าง ขนาด สี และเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันไป

ตอนที่ 1 : แตงกวาคือผักแบบไหน ทำไมถึงเป็นที่นิยมในเมนูสุขภาพ

ตอนที่ 2 : ประโยชน์ทางโภชนาการของแตงกวา

ตอนที่ 3 : แตงกวากับโรคเก๊า

ตอนที่ 4 : ข้อเสียหรือข้อควรระวังของการกินแตงกวามากเกินไป

ตอนที่ 5 : สรุป

แตงกวา คือผักแบบไหน ทำไมถึงเป็นที่นิยมในเมนูสุขภาพ

แตงกวา

แตงในทางพฤกษศาสตร์จัดเป็น ผลไม้ เนื่องจากเป็นส่วนของพืชดอกที่เจริญมาจากรังไข่ของดอกไม้และมีเมล็ดอยู่ภายใน ซึ่งเป็นหน้าที่หลักในการแพร่พันธุ์ของพืช แต่ในทางโภชนาการและการทำอาหาร

เรามักจะจัดให้แตงกวาอยู่ในหมวด ผัก เนื่องจากนิยมนำมาใช้ประกอบอาหารเหมือนผักทั่วไป ไม่ได้มีรสหวานจัดเหมือนผลไม้ที่กินเป็นของหวาน

ทำไม แตงกวา ถึงเป็นที่นิยมในเมนูสุขภาพ

  1. แคลอรี่ต่ำมาก: แตงมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักสูงถึง 90-95% ทำให้มีพลังงานหรือแคลอรี่ที่ต่ำมาก (ประมาณ 16 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนัก หรือรักษาสุขภาพ
  2. ให้ความสดชื่นและช่วยเติมน้ำให้ร่างกาย: ด้วยปริมาณน้ำที่สูงมาก แตงจึงช่วยแก้กระหาย คลายร้อน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกายได้ดี โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน หรือหลังการออกกำลังกาย
  3. มีใยอาหาร (ไฟเบอร์): แม้จะมีไม่มากเท่าผักบางชนิด แต่ใยอาหารในแตงก็ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น และป้องกันอาการท้องผูก
  4. มีวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด: ถึงแม้จะเป็นปริมาณที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับผักผลไม้ชนิดอื่น แต่แตงก็มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินเค (สำคัญต่อการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก), วิตามินซี (ช่วยต้านอนุมูลอิสระ), โพแทสเซียม (ช่วยควบคุมความดันโลหิต) และสารต้านอนุมูลอิสระ (เช่น ฟลาโวนอยด์)
  5. ช่วยในการขับปัสสาวะและลดอาการบวมน้ำ: ด้วยปริมาณน้ำที่สูงและคุณสมบัติบางอย่าง แตงจึงมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะอ่อนๆ ทำให้ช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกายได้ซึ่งจุดนี้จะทำให้เล่น หวยไว ได้ดีขึ้น
  6. สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย: แตงสามารถรับประทานสดๆ ได้ง่าย ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากนัก เข้ากันได้ดีกับอาหารหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเคียง สลัด น้ำปั่น หรือนำไปประกอบอาหารต่างๆ ได้หลากหลายเมนู ทำให้ง่ายต่อการเพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ทางโภชนาการของแตงกวา

  • ช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด : ไฟเบอร์และปริมาณน้ำที่สูงในแตงกวา อาจช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเร็วเกินไป ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
  • ประโยชน์อื่นๆ
  1. ผิวพรรณ: ด้วยคุณสมบัติที่ให้ความเย็นและสารต้านอนุมูลอิสระ แตงกวาจึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อลดอาการบวม ลดการระคายเคือง และให้ความชุ่มชื้น
  2. ลดอาการบวมน้ำ: ช่วยขับปัสสาวะอ่อนๆ ทำให้ช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย
  3. ลมหายใจสดชื่น: การเคี้ยวแตงกวาช่วยขจัดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นปาก

แตงกวากับโรคเก๊า

แตงกวา

โรคเกาต์ เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือดมากเกินไป จนตกผลึกเป็นเกลือยูเรตตามข้อต่างๆ ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง ร้อนอย่างรุนแรง การจัดการอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์

ซึ่งจากข้อมูลทางการแพทย์และโภชนาการทั่วไป แตงเป็นผักที่ปลอดภัยและจัดอยู่ในกลุ่มที่มีสารพิวรีน ต่ำ ซึ่งสารพิวรีนเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริก ดังนั้น การบริโภคแตงจึงไม่ส่งผลให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้นจนกระตุ้นอาการของโรคเกาต์ ทำให้มีเวลาไปเล่น หวยไว โดยไม่ต้องไปหาหมอ

ข้อดีของ แตงกวา สำหรับผู้ป่วยเกาต์

  • มีพิวรีนต่ำ: แตงจัดเป็นผักในกลุ่มที่มีพิวรีนต่ำมาก ทำให้ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยและไม่ต้องกังวล
  • มีปริมาณน้ำสูง: แตงประกอบด้วยน้ำปริมาณมาก การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ เพราะน้ำจะช่วยในการขับกรดยูริกส่วนเกินออกจากร่างกายทางปัสสาวะ การรับประทานแตงจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกายได้
  • แคลอรี่ต่ำ: แตงมีแคลอรี่ต่ำ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเกาต์ที่มักจะมีน้ำหนักเกิน การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการโรคเกาต์ที่ดี

ข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยเกาต์

แม้แตงจะปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยเกาต์โดยรวม แต่ก็มีข้อมูลบางแหล่งที่เคยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ยอดอ่อนของผักหรือบางครั้งรวมถึงแตงอาจมีสารพิวรีนในระดับปานกลางถึงสูง แต่ข้อมูลนี้ค่อนข้างขัดแย้งกับข้อมูลทางการแพทย์ส่วนใหญ่ที่จัดแตงอยู่ในกลุ่มพิวรีนต่ำอย่างชัดเจน(แต่หมอห้ามกิน)

ข้อเสียหรือข้อควรระวังของการกินแตงกวามากเกินไป

แตงกวา
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร (ท้องอืด/แก๊ส/ท้องเสีย)
  • รบกวนการแข็งตัวของเลือด (สำหรับบางบุคคล)
  • ภาวะปัสสาวะบ่อย/ขาดน้ำ (ในบางกรณี)
  • ความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน (ยาฆ่าแมลง)
  • อาการไอ (สำหรับบางราย)

สรุป

แตงเป็นผักเคียงแทบจะทุกอาหารของคนไหน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมูกระเทียม ข้าวผัด หรือขนมจีน ทำให้การที่คนไทยชอบกินแตงนั้นจึงเป็นเรื่องที่ปกติมากๆแต่ถ้ากินมากไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกันเฉพาะคนที่หมอสั่งในงดนั่นเอง